นักกีฬาฟุตบอลชื่อดังของไทยที่มีชื่อว่า ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ได้มีชื่อเล่นว่า “นิว” เกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2536 เป็นลูกชายของ ไพโรจน์ พ่วงจันทร์ อดีตนักกีฬาฟุตบอลตำแหน่งกองหลังของทีมชาติไทย ในอดีตเคยคว้าแชมป์กีฬาซีเกมส์ได้ เมื่อปี 1993 และหลังจากนั้น 22 ปี “นิว” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ก็ได้ตามรอยเท้าของคุณพ่อ ได้เป็นหนึ่งในขุนพลของทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ไปคว้าแชมป์ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ได้เหมือนกัน เมื่อปี 2015  ด้วยคุณพ่อไพโรจน์ได้มีหัวใจเป็นนักกีฬาฟุตบอล จึงได้เลือกส่งให้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ เข้าศึกษาในโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ที่ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์  มีอายุได้เพียง 10 ขวบ ซึ่ง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ได้อยู่ในรุ่นเดียวกันกับ 2 นักเตะทีมชาติไทยชื่อดังอย่าง “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ “บาส” พีระพัฒน์  โน๊ตชัยยา เมื่อ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ก็ได้ย้ายไปศึกษาที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2

ในช่วงที่ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ทางสโมรสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็ได้เข้าไปเปิดอะคาเดมี่ ที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 จึงทำ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ได้มีโอกาศร่วมฝึกซ้อมกับทีมเยาวชนของสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และสามารถพัฒนาฝีเท้าเข้ามาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ได้ในปี 2012 ซึ่งช่วงนั้นก็ได้เป็นฤดูกาลที่สโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ทำสถิติไร้พ่ายได้เป็นครั้งแรกของสโมสรฟุตบอลในประเทศไทย โดย ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ก็ได้ติดเป็นตัวแทนทีมชาติไทยในครั้งแรก ตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี (U12) แต่ในตอนนั้นฟอร์มการเล่นของเขายังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร เมื่ออายุ 18 ปีเขาจะได้ย้ายมาอยู่ในรุ่นอายุไม่เกิน (U19) เมื่อปี 2011 ซึ่งในช่วงเวลานั้นเป็นยุคที่ทำให้แฟนบอลได้รู้จักเขามากขึ้น ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ได้มีชื่อติดอยู่แทบทุกหน้าสื่อ ซึ่งในเกมการแข่งขันที่ทีมชาติไทยได้พบกับทีมชาติเกาหลีใต้ ในการแข่งขันศึกชิงแชมป์เอเชีย ในรอบคัดเลือก และเป็นชื่อของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่สามารถซัดบอลไกลกว่า 30 หลา และบอลได้พุ่งตรงเข้าไปยังก้นตาข่ายได้สำเร็จ ทำให้ทีมชาติไทยมีสกอร์เฉือนชนะทีมชาติเกาหลีใต้ ไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 ประตู ครั้งนั้นจึงเรียกได้ว่าเป็นการแจ้งเกิดของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และทำให้แฟนบอลชาวไทยได้รู้จักนักกีฬาฟุตบอลรายนี้มากยิ่งขึ้น และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ก็สามารถมีโอกาสยิงประตู ทีมชาติเกาหลีใต้ ได้อีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถที่จะคว้าชัยมาได้ เป็นทีมชาติเกาหลีใต้สามารถล้างตาเอาชนะ ทีมชาติไทย ไปด้วยสกอร์ 2-1 ประตู

แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิด ในช่วงที่ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ มีฟอร์มการเล่นโดดเด่น เขากลับได้รับบาดเจ็บบริเวณเอ็นไขว้หัวเข่าหน้าขาด ทำให้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ต้องใช้เวลาในการพักรักษาตัวเป็นระยะเวลานานถึง 7 เดือน จึงทำให้เขานั้นหมดโอกาสที่จะได้ลงสนามแข่งขันในนัดต่าง ๆ และยังทำให้เขาขาดความมั่นใจ อีกทั้งฟอร์มการเล่นก็ได้ตกลงอย่างต่อเนื่องจนทำให้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ไม่มีชื่อที่ติดทีมชาติ จนเขาต้องย้ายออกจากสังกัดเดิมสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปซบอกสโมสรใหม่อย่าง สโมสร เชียงราย ยูไนเต็ด ในช่วงเวลาต่อมา แต่ด้วย ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ มีหัวใจที่มุ่งมั่นและไม่ยอมพ่ายแพ้ต่ออุปสรรค์ ทำให้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ สามารถกลับมาโชว์ฟอร์มทำผลงานได้เป็นอย่างดีและสามารถติดทีมชาติไทยอีกครั้ง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ได้ลงเล่นให้กับสโมสร เชียงราย ยูไนเต็ด ได้เพียง 2 ปี ก็ได้ย้ายสังกัดไปเป็นนักเตะกำลังสำคัญให้กับสโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และในเวลาต่อมาก็ได้มีข่าวว่าสโมสรจากลีกในประเทศญี่ปุ่นได้ให้ความสนใจในตัวเขา และเมื่อปี 2562 ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ก็มีสัญญาการยืมตัวให้เขาไปเล่นให้กับสโมสร โออิตะ ทรินิตะ ใน เจลีก ลีกฟุตบอลสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

จากเด็กหนุ่มที่ได้ฝึกซ้อมกับทีมเยาวชนของสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในอะคาเดมี่ในวันนั้น จนวันนี้เขาได้กลายเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ ที่มีความสามารถได้ไปเล่นไกลถึงประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าในบางช่วงเวลาโชคชะตาทำให้เขารู้สึกหมดหวังไปบ้าง กับอาการบาดเจ็บเป็นระยะเวลานาน แต่เมื่อใจเขาสู้ก็ไม่มีอะไรมาขวางทางของการเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพของเขาได้