ไม่มีพลิกโผ ! มิดเดิ้ลสโบรห์  สร้างเซอร์ไพรส์ไม่สำเร็จ หลังเจอความแกร่งของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี บุกมาอัดคาถิ่นเอาชนะไป 2-0 จาก ลูกากู และ ซิเย็ค ที่ซัดฉลองวันเกิดวันนี้พอดีก่อนพา เชลซี ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ได้เป็นทีมแรก โดยจะประกบคู่รอบตัดเชือกในวันอาทิตย์นี้

การแข่งขันฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ ฤดูกาล 2021-2022  รอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 ทีมสุดท้าย  เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา “เดอะโบโร่”  มิดเดิ้ลสโบรห์ ทีมจากลีก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เปิดสนาม ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม”  เชลซี จากพรีเมียร์ลีก

คริส ไวล์เดอร์ กุนซือมิดเดิ้ลสโบรช์ พาทีมเข้ารอบนี้ หลังเบียดชนะสเปอร์ส 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษนัดนี้จัด โฟลาริน บาโลกัน และ แอรอน คอนนอลลี่ เป็นคู่หน้าล่าประตู ส่วน “สิงห์บลูส์” ของ โธมัส ทูเคิ่ล รอบที่แล้วบุกไปเอาชนะ ลูตัน ทาวน์ 3-2 แมตช์นี้วาง  โรเมลู ลูกากู เป็นหน้าเป้า โดยมี เมสัน เมาน์ท, คริสเตียน พูลิซิช และฮาคิม ซิเย็ค ปั้นเกมสนับสนุน

ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรก  ทั้งสองทีมเปิดฉากแลกกันอย่างสนุก เชลซี พยายามเซ็ตเกมบุกเข้าใส่ตามฟอร์ม ส่วนมิดเดิลสโบรห์ พยายามไล่บีบสูงกดดันตั้งแต่หน้าปากประตูของทีมเยือน

นาทีที่ 5 เชลซี เกือบได้ลุ้นขึ้นนำก่อน ในจังหวะที่  คริสเตียน พูลิซิช ซัดบอลในกรอบแต่ยังไปติดบล็อคแนวรับของโบโร่

กระนั้น นาที 15 สิงโตน้ำเงินคราม  ลูกทีมของ ทูเคิ่ล ก็มาพังตาข่ายออกนำเจ้าถิ่นไปก่อนได้สำเร็จ จากจังหวะสวนกลับเร็ว เมสัน เมาน์ท หลุดขึ้นมาทางกราบขวาก่อนควบเข้ากลางไปแล้วปาดเลียดไปในกรอบ 6 หลาให้ ลูกากู วิ่งมาซัดบอลจ่อ ๆ เข้าไปง่ายๆ ให้ เชลซี บุกนำมิดเดิลโบรห์ 1-0

หลังเสียประตู เจ้าบ้านยังคงพยายามไล่บีบพื้นที่ แม้จะมีโอกาสตัดบอลกลางสนามได้บ้างได้ลุยขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังพาบอลเข้าพื้นที่อันตรายของทีมเยือนไม่ได้  ได้แค่หวาดเสียวยังไม่ผ่านแนวรับของสิงห์บลูส์

กระทั่งนาทีที่ 31 เมื่อทำไม่ได้ “สิงห์บลูส์” ผู้มาเยือนตอบโต้ขึ้นมาและได้ประตูที่สองนำห่าง จากบอลสวนกลับ โควาซิช ให้ เมาน์ท ก่อนจ่ายออกขวาให้ ฮาคิม ซิเย็ค ลากล็อคตัดเข้ากลางแล้วตะบันด้วยขวานอกกรอบ บอลเลียดพุ่งแรงหนีมือ โจ ลัมลี่ย์ เสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสุดสวยให้ เชลซี บุกมานำมิดเดิลสโบรห์ 2-0

นาที 36 สิงห์บลูส์ เกือบได้ลูกที่สาม หลังแนวรับโบโร่สกัดบอลพลาดโดน ลูกากู ตัดบอลได้เข้าไปก่อนแตะหลบ ลัมลี่ย์ แล้วซัดโล่งๆ กำลังจะเข้าอยู่แล้ว แต่โดน อันเฟอร์นี ไดจ์คสตีล กองหลังเจ้าถิ่น วิ่งมาสกัดบนเส้นออกไปอย่างเหลือเชื่อ

หลังจากนั้นทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบครึ่งแรก มิดเดิ้ลสโบรช์ ตามหลัง เชลซี 0-2

เริ่มครึ่งเวลาหลัง “โบโรห์”  พยายามเร่งเกมบุกมากขึ้นหวังเอาประตูตีไข่แตก และมีลุ้นก่อนในนาทีที่ 50 จาก บาโลกัน ที่ได้ยิงโล่งๆ หน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลเหินข้ามคานออกไป  ต่อมา มิดเดิ้ลสโบรช์  เปลี่ยนตัวส่ง โซล บอมบ้า ลงมาเล่นแทน เดล ฟราย จากนั้น นาที 53 ส่ง ลี เพลเทียร์ ลงไปเล่แทน แพ็ดดี้ แม็คแนร์ ที่มีอาการเจ็บ

นาที 68 “เดอะ โบโร่” มีโอกาสเหมือนกันคราวนี้ วัตมอร์ ตัวสำรองได้โอกาสส่องกลางประตูแต่ยิงไม่ดีเองบอลเหินคานออกไป

นาทีที่ 73 เชลซี มีลุ้นบ้าง เกือบได้ลูกที่สามเช่นกัน หลัง เมสัน เมาน์ท เปิดฟรีคิกมาเสาแรกให้ ติโม แวร์เนอร์ ขวิดโขกบอลเกือบเบียดเสาแต่ โจ ลัมลี่ย์ นายด่านโบโร่พุ่งปัดออกไปหวุดหวิด

ท้ายเกมนาที 80 แวร์เนอร์ ได้โอกาสส่องจ่อๆ แต่ก็ยิงไปติดปลายขาของ ไดจ์คสตีล

นาที 85 มิดเดิ้ลสโบรช์เกือบได้ลุ้นตีไข่แตก จากจังหวะซัดของ โจชัว โคเบิร์น ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาได้บอลทางซ้ายเขตโทษ มีโอกาสลุ้นยิงแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ เอดูอาร์ เมนดี้ ที่พุ่งปัดออกมาได้หวุดหวิด

ช่วงเวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม เชลซี บุกเอาชนะ มิดเดิลสโบรช์ 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศเป็นทีมแรก โดยการจับสลากประกบคู่รอบตัดเชือกจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคมนี้ ก่อนคู่ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ พบกับ ลิเวอร์พูล