เพื่อปลุกขวัญให้กำลังใจแก่นักกีฬาในการโค่นทีมลัตเวีย นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม จึงได้ประกาศอัดฉีดให้กับนักกีฬา ทีมเดวิสคัพไทยเป็นจำนวนเงิน 1 ล้านบาท โดยที่ “กษิดิศ สำเร็จ” ได้ประเดิมหวด ประเภทเดี่ยวสลับมือ คู่แรก

 

วันที่ 3 มีนาคม 2565 บิ๊กสุชัย นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เป็นประธานในพิธีการจับสลากประกบคู่ ในการแข่งขันกีฬาเทนนิสชิงแชมป์โลก ประเภททีมชาย ในรายการ “เดวิสคัพ บาย ราคูเท็น 2022” เวิลด์กรุ๊ป 2 เพลย์ออฟ ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติลัตเวีย ณ ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมี มิสเตอร์ อเดล บอร์เก ผู้ตัดสินชี้ขาดจากสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) ชาวอิหร่าน เป็นผู้ดำเนินการในพิธี

 

ผลของการจับสลาก มีรายละเอียด ดังนี้

 

 

การแข่งขันในศึกเดวิสคัพรายการดังกล่าว เป็นการแข่งขันแบบระบบชนะ 2 ใน 3 เซต โดยรวมทั้งหมด 5 คู่ ซึ่งทีมที่สามารถคว้าชัยชนะได้ในเวิลด์กรุ๊ป 2 เพลย์ออฟ ครั้งนี้ จะได้สิทธิ์ในการแข่งขันให้อยู่ในกลุ่มเวิลด์กรุ๊ป 2 ต่อไป ส่วนทีมใดที่เป็นทีมที่แพ้จะต้องเข้าไปแข่งกรุ๊ป 3 ตามโซน โดยที่ในการแข่งขันจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง ทีสปอร์ต 7 ทั้งวันที่ 4 มีนาคม 2565 และ 5 มีนาคม 2565 ครบทุกคู่ ซึ่งเริ่มแข่งขันในคู่แรก เวลา 10.00 น. ของทุกวัน

 

หลังจากนั้น จะได้มีพิธีการมอบเงินรางวัลให้กับทีมเดวิสคัพไทย โดยนายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสฯ นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม จะมอบเงินส่วนตัวเป็นขวัญกำลังใจให้กับคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ในทีมเดวิสคัพชุดนี้ทุกคน เป็นจำนวนทั้งหมด 13 คน โดยมอบให้คนละ 20,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 260,000 บาท นอกจากนี้ นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสฯ ยังได้ประกาศด้วยว่า หากในการแข่งขันทีมเดวิสคัพไทยสามารถที่จะเอาชนะทีมลัตเวียได้ ตนจะมอบเงินส่วนตัว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ เป็นเงินรางวัลให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทั้งทีม เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1 ล้านบาทอีกด้วย

 

นายวิเชษฐ์ ทีปกากร ตำแหน่งผู้จัดการทีมเดวิสคัพไทย ได้กล่าวไว้ว่า ขอให้แฟน ๆ กีฬาเทนนิสชาวไทยทุกคนช่วยร่วมกันเป็นกำลังใจเชียร์ทีมชาติไทยในการแข่งขันในศึกเดวิสคัพที่ได้พบกับทีมชาติลัตเวียในครั้งนี้ด้วย โดยนักกีฬาทีมชาติไทยได้ทำการเก็บตัวฝึกซ้อมเป็นระยะเวลามานานพอสมควร และได้ยืนยันอีกว่า ทั้งนักกีฬาและทีมงานทุกคนจะทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ

ภราดร ศรีชาพันธุ์ หรือ “เจ้าบอล” กัปตันทีมเดวิสคัพไทย ได้กล่าวไว้ว่า “นักกีฬาทีมชาติไทยถือได้ว่าเป็นทีมที่มีความพร้อมมากที่สุด และในการแข่งขันทั้ง 2 วัน น้อง ๆ นักกีฬาทุกคนจะทำหน้าที่ในการแข่งขันให้ดีที่สุด เพื่อที่จะเก็บชัยชนะให้ได้ น้อง ๆ ในทีมได้ผ่านการแข่งขันในระดับอาชีพมาแล้ว การลงแข่งเป็นตัวแทนทีมชาติก็ได้เป็นอีกบทบาทหนึ่งที่ น้อง ๆ จะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และที่สำคัญที่สุดเมื่อใดที่นักกีฬาได้มีธงไตรรงค์ติดอยู่ที่หน้าอก ในการแข่งขันนักกีฬาจะรู้สึกว่าเหมือนมีพลังพิเศษทุกครั้ง”

 

“และต้องบอกว่าทีมลัตเวียชุดนี้ ด้วยอันดับการแข่งขันในระดับโลกถือว่าพวกเขาได้เป็นต่อเรา ถึงแม้ว่าด้วยอันดับแรงกิ้งเราได้ตกเป็นรองเขา แต่ในการลงสนามแข่งขันเดวิสคัพในทุกครั้งก็จะมีกำลังใจ มีพลังใจสำคัญ และในความที่เรานั้นเป็นเจ้าบ้าน รวมทั้งได้มีความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่ได้มีมากกว่า ซึ่งเราจะสามารถใช้เป็นข้อได้เปรียบ และจะสามารถสู้ได้เต็มที่แม้ว่าเราจะเป็นมือรอง”

 

ส่วนของเรื่องการเปลี่ยนชื่อนักกีฬาที่ลงสนามแข่งขันที่ไม่มีชื่อของ วิชยา ตรงเจริญชัยกุล “จูเนียร์” นักกีฬามือหนึ่งของทีมชาติไทยนั้น ภราดร ได้กล่าวไว้ว่า ได้เป็นเรื่องการวางกลยุทธ์ของทีมในการแข่งขันวันแรก เรานั้นจะพยายามที่จะเก็บแต้มแรกให้ได้ เพราะหากดูจากอันดับโลกแล้ว ถ้าจะให้ บูม กษิดิศ สำเร็จ ได้ไปชนกับนักกีฬามือหนึ่งของลัตเวียเลย โอกาสที่จะชนะนั้นมีแค่ 50-50 ทางทีมก็เลยคิดว่าต้องวางแผนในทีมด้วยกันเพื่อให้การเก็บแต้มจากการแข่งขันวันแรกให้ได้ และถ้าหากในวันแรกสกอร์ออกมา 1-1 คู่ การแข่งขันวันที่สองก็ถือว่าเป็นโอกาสของทีมเราได้เหมือนกัน

 

นักกีฬาอย่าง บูม กษิดิศ สำเร็จ ได้กล่าวไว้ว่า “ภายในทีมได้มีการพูดคุยและได้วางแผนกัน โดยส่วนตัวแล้วไม่ได้รู้สึกว่ามีความกดดันในการลงแข่งขันเป็นคนแรก ซึ่งการที่เราได้แข่งขันในบ้าน เราก็มีความรู้สึกมั่นใจกว่าการที่ไปเล่นนอกบ้าน ซึ่งจะพยายามทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ และสำหรับคู่แข่งจากทีมลัตเวียตนก็ไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่โดยส่วนตัวได้มีความมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ และอย่างไรก็ตาม ตนนั้นไม่ได้รู้สึกคาดหวังกับผลการแข่งขันมากนัก แต่ก็จะพยายามที่จะทำให้ตัวเองไปอยู่ในจุดที่ดีที่สุดในการแข่งขันให้ได้”

 

ในขณะที่นักกีฬาจากลัตเวีย เออร์เนสต์ กูลบิส ได้กล่าวไว้ว่า “ความคาดหวังในการแข่งขันครั้งนี้ของทีมลัตเวีย แน่นอนว่าทางทีมต้องการที่จะคว้าชัยชนะให้ได้ และเมื่อได้ดูจากแรงกิ้งแล้วตนนั้นได้คิดว่าทีมมีโอกาสที่ชนะได้อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าสภาพอากาศของประเทศไทยจะแตกต่างจากสภาพอากาศที่ยุโรป แต่ทีมลัตเวียร์ก็จะพยายามทำผลงานเพื่อเก็บชัยเหนือทีมชาติไทยให้ได้อย่างเต็มที่”